
(แฟ้มภาพซินหัว : หุ่นยนต์ตำรวจจราจรควบคุมการจราจรบริเวณทางแยกในเขตหลงกั่ง เมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 6 มี.ค. 2026)
เซินเจิ้น, 14 มี.ค. (ซินหัว) -- หุ่นยนต์ที่ประดับตรา "ตำรวจจราจรเซินเจิ้น" เริ่มปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจรช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าที่สี่แยกแห่งหนึ่งในตำบลป่านเถียน เขตหลงกั่งของเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ยกระดับจากบทบาทเดิมที่เคยทำหน้าที่รณรงค์ความปลอดภัยริมถนน สู่การยืนประจำอยู่บนแท่นกลางสี่แยกในปัจจุบัน
หุ่นยนต์ตัวนี้ใช้โมดูลข้อต่อความแม่นยำสูงเพื่อแสดงท่าทางสัญญาณจราจรมาตรฐาน เช่น การให้สัญญาณให้รถตรงไป เลี้ยว หรือหยุด โดยทำงานประสานกับสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์ ต่างจากหุ่นยนต์เจ้าหน้าที่ประจำจุดแบบดั้งเดิม
ระบบจดจำภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของหุ่นยนต์ช่วยให้สามารถ "เฝ้าสังเกต" พื้นที่สี่แยกได้อย่างใกล้ชิด และเมื่อพบการกระทำผิด เช่น ผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าไม่สวมหมวกนิรภัย หรือรถหยุดล้ำเส้น หุ่นยนต์จะเป่านกหวีดเตือนทันทีพร้อมทำสัญญาณมือเพื่อแก้ไขสถานการณ์
นวัตกรรมนี้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของเซินเจิ้น ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น "เมืองเทคโนโลยี" ชั้นนำของจีน โดยรายงานการทำงานของรัฐบาลเมืองเซินเจิ้นในปีนี้ระบุว่าเซินเจิ้นยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านนวัตกรรมระดับประเทศ ด้วยสัดส่วนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงถึงร้อยละ 6.67 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาเมืองต่างๆ ของจีน และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจากภาคธุรกิจคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 93 ของการลงทุนทั้งหมดในเมือง
การนำหุ่นยนต์ผู้บังคับการจราจรมาประจำการ ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มระดับชาติในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยตั้งแต่ปี 2025 หลายเมืองใหญ่ของจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ หางโจว และเฉิงตู ได้เริ่มสำรวจการใช้หุ่นยนต์ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน
รายงานจากออมเดีย (Omdia) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก ระบุว่าจีนครองสัดส่วนถึงร้อยละ 90 ของการจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในปี 2025 ขณะที่มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายหุ่นยนต์ในสาขานี้ของจีนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าแตะ 28,000 หน่วยในปี 2026
การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้กำลังขยายตัวจากภาคความบันเทิงไปสู่การใช้งานในชีวิตจริง โดยหุ่นยนต์ผู้บังคับการจราจรเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านจากห้องทดลองสู่ท้องถนนที่ช่วยนำเทคโนโลยีมาแทนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปฏิกิริยาของสาธารณชนส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก โดยชาวเน็ตรายหนึ่งจากกว่างตงแสดงความคิดเห็นว่านี่คือการใช้หุ่นยนต์ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เนื่องจากช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับในอนาคต บทบาทของเจ้าหน้าที่หุ่นยนต์นี้มีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้น โดยการทดลองใช้งานในป่านเถียนอาจขยายไปสู่การตรวจจับคนเมาแล้วขับ การตอบสนองเบื้องต้นต่อเหตุอุบัติเหตุ การตรวจจับการกระทำผิดอัจฉริยะ และการเก็บรวบรวมหลักฐาน ซึ่งจะเปิดทางสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ
