ปักกิ่ง, 7 พ.ค. (ซินหัว) -- ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบรอยเท้าฟอสซิลในพื้นที่ทางตอนเหนือของจีน ซึ่งเชื่อว่าเป็นร่องรอยของไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีชีวิตอยู่เมื่ออย่างน้อย 134 ล้านปีก่อน และอาจเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์กินเนื้อที่เคลื่อนที่ช้าที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
รอยเท้าสามนิ้วดังกล่าวเป็นของไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดเทโรพอด (theropod) เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพียง 0.28 เมตรต่อวินาที (ราว 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) โดยรอยเท้าชี้ว่าไดโนเสาร์ตัวนี้อาจหยุดเดินเป็นระยะๆ หรือเดินอย่างเชื่องช้ามาก ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากภาพลักษณ์ของไดโนเสาร์กินเนื้อที่มักเคลื่อนที่รวดเร็ว
การค้นพบนี้เผยแพร่ในวารสารบรรพชีวินวิทยา (Paleontological Journal) เมื่อวันพุธ (6 พ.ค.) อ้างอิงจากแหล่งรอยเท้าสองแห่งในเขตเซวียนฮว่า เมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน ซึ่งตั้งอยู่ในชั้นหินถู่เฉิงจื่อที่มีอายุระหว่าง 154-134 ล้านปีก่อน โดยทีมนักวิจัยนานาชาติจากจีน บราซิล และออสเตรเลียได้วิเคราะห์รอยเท้าขนาดใหญ่ 16 รอย (ยาว 23.2-26.7 เซนติเมตร) และรอยขนาดเล็กอีก 11 รอย (ยาว 10.1-14.6 เซนติเมตร)
หนึ่งในรอยเท้าที่น่าสนใจประกอบด้วยรอยเท้า 5 รอยที่มีช่วงก้าวยาวเพียง 32-46 เซนติเมตร ใกล้เคียงกับระยะก้าวเดินของเด็กเล็กหรือเด็กวัยหัดเดิน โดยความเร็วที่ประเมินได้ราว 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นหนึ่งในรอยเท้าของไดโนเสาร์ชนิดเทโรพอดที่เคลื่อนที่ช้าที่สุดเท่าที่เคยพบในโลก
สิงลี่ต๋า หัวหน้าคณะวิจัยและรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน (ปักกิ่ง) เผยว่าช่วงก้าวที่สั้นและแนวรอยเท้าที่กว้างบ่งชี้ว่าเจ้าของรอยเท้าอาจหยุดเดินบ่อยครั้งหรือเคลื่อนที่ช้ามาก พร้อมคาดว่าไดโนเสาร์ตัวนี้อาจกำลังก้มมองพื้นเพื่อหาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหรือสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กเป็นอาหาร หรืออาจกำลังตรวจสอบเส้นทางด้านหน้าเพื่อความปลอดภัย ขณะที่รอยเท้าอื่นๆ ในพื้นที่เดียวกันบ่งชี้ถึงความเร็วระหว่าง 9.18-14.11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอยู่ในระดับการวิ่งเหยาะๆ
นอกจากนี้ การศึกษายังพบชั้นพรมจุลชีพหรือแผ่นจุลินทรีย์ (microbial mat) บนพื้นผิวรอยเท้า ซึ่งทำหน้าที่เสมือนฟิล์มธรรมชาติที่ช่วยรักษารอยเท้าให้คงอยู่ได้นานกว่า 100 ล้านปี
ทีมวิจัยยังบันทึกรอยเท้าของไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอด (sauropod) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดยักษ์เดินสี่ขา จำนวน 8 รอย โดยในปี 2020 นักสำรวจธรณีวิทยาท้องถิ่นได้ค้นพบพื้นผิวเปิดขนาดใหญ่ในเขตเซวียนฮว่า ครอบคลุมพื้นที่ราว 30,000 ตารางเมตรและมีรอยเท้าไดโนเสาร์มากกว่า 5,000 รอย รวมถึงรอยเท้าของไดโนเสาร์ซอโรพอดและเทโรพอดขนาดกลาง ซึ่งเมื่อรวมกับแหล่งรอยเท้าทั้งสองแห่งใหม่ที่ศึกษาเพิ่มเติมในงานวิจัยนี้ ก็สามารถช่วยเติมเต็มภาพของชุมชนไดโนเสาร์โบราณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สิงระบุว่ารอยเท้าไดโนเสาร์ไม่ได้เป็นเพียงรอยเท้าที่กลายเป็นฟอสซิลเท่านั้น แต่มันบันทึกช่วงเวลาการใช้ชีวิต ทั้งพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งให้ข้อมูลที่กระดูกไดโนเสาร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้
การค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ในจีนถือเป็นเรื่องหายากในอดีต แต่ช่วงยุคหลังมานี้มีการค้นพบฟอสซิลและรอยเท้าไดโนเสาร์ใหม่ๆ ในเหอเป่ยอย่างต่อเนื่อง อาทิ เมื่อปลายปี 1999 ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนและญี่ปุ่นร่วมกันประกาศการค้นพบฟอสซิลรอยเท้าไดโนเสาร์ 75 รอยในอำเภอหลวนผิง ซึ่งมีอายุกว่า 130 ล้านปี
ต่อมาในปี 2013 ทีมนักวิจัยได้ค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์เทโรพอดจำนวนมากในพื้นที่แห่งหนึ่งของเมืองจางเจียโข่ว ซึ่งมีอายุย้อนหลังไป 140-150 ล้านปี และเมื่อปี 2019 มีการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์เทโรพอดขนาดเท่าไก่ในอำเภอเฟิงหนิง และอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาได้พบรอยเท้ายุคจูราสสิกตอนปลายเกือบ 300 รอยในรีสอร์ตภูเขาเฉิงเต๋อ ซึ่งเป็นสวนและกลุ่มวัดในมณฑลเหอเป่ย
ทั้งนี้ การศึกษาล่าสุดนี้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะเผยให้เห็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า โดยหลี่เจี้ยนจวิน นักวิจัยด้านไดโนเสาร์จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติจีน ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงกับการศึกษา กล่าวว่ารอยเท้าเหล่านี้มีคุณค่าอย่างมากเพราะส่วนใหญ่ยังไม่ถูกกัดเซาะอย่างหนัก การเกิดรอยเท้าที่สามารถคงสภาพไว้ได้นั้นต้องอาศัยเงื่อนไขที่เหมาะสมอย่างมาก โดยตะกอนดินต้องไม่แห้งหรือเปียกจนเกินไป และหลังจากเกิดรอยเท้าแล้ว พื้นผิวจะต้องแห้งและแข็งตัวก่อนที่จะถูกฝังอย่างรวดเร็ว

(ภาพจากสิงลี่ต๋า หัวหน้าคณะวิจัยและรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน (ปักกิ่ง) : ฟอสซิลรอยเท้าสามนิ้วของไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดเทโรพอดที่พบในเขตเซวียนฮว่า เมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน)

(แฟ้มภาพซินหัว : ฟอสซิลของไดโนเสาร์เซราทอปซิดถูกค้นพบระหว่างโครงการขุดค้นและบูรณะฟอสซิลในอำเภอเฟิงหนิง มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 20 ก.ค. 2023)