
(แฟ้มภาพซินหัว : คนต่อแถวรอใช้สิทธิเลือกตั้งที่คูหาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้าในกรุงเทพมหานคร วันที่ 1 ก.พ. 2026)
กรุงเทพ, 16 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันอังคาร (16 มิ.ย.) กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของไทยรายงานการพัฒนาเครื่องมือด้านข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแผนภูมิความเสี่ยงที่มีความละเอียดสูงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) หลังจากบรรดาองค์กรสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าโลกมีแนวโน้มสูงมากที่จะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยความรุนแรงสูงสุดจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026-มกราคม 2027
พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าปริมาณน้ำฝนในหลายพื้นที่ของไทยจะต่ำกว่าปกติในช่วงเดือนมิถุนายน 2026-มกราคม 2027 และฤดูฝนอาจมีฝนตกน้อยลงหากปรากฏการณ์เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น โดยภาคใต้อาจมีปริมาณน้ำฝนลดลงในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศจะสูงกว่าปกติเล็กน้อย มีแนวโน้มทำให้ฤดูหนาวที่จะมาถึงมีอากาศอบอุ่นกว่าปกติ
ทั้งนี้ กรมฯ ได้พัฒนาแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจนถึงปี 2100 ซึ่งครอบคลุมทั้งปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และความชื้น โดยศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้แบ่งปันข้อมูลนี้ให้หน่วยงานต่างๆ เพื่อการวางแผนรับมืออุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาว นอกจากนั้นกรมฯ ยังจัดทำชุดข้อมูลความเสี่ยงอุทกภัยจากแม่น้ำที่มีความละเอียดสูง และแผนภูมิความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศระดับตำบล ซึ่งครอบคลุมทั้งอุทกภัย ดินโคลนถล่ม ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และอุณหภูมิที่สูงขึ้น
พิรุณเสริมว่าแผนภูมิความเสี่ยงข้างต้นจะช่วยระบุชุมชนและพื้นที่เพาะปลูกที่เปราะบาง ชี้แนะการจัดสรรงบประมาณและกำลังคน สนับสนุนเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกและการคัดเลือกพืชผล รวมถึงเป็นข้อมูลการวางผังเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่เสี่ยงภัย