
(ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : คณะนักวิจัยของจีนและไทยสำรวจพื้นที่ใกล้กับอ่าวพังงา)
ชิงเต่า, 21 ก.ย. (ซินหัว) -- ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือและการพัฒนาทางทะเล ปี 2026 ในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน เมื่อไม่นานนี้ เปิดเผยว่าคณะนักวิจัยจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมหาวิทยาลัยฯ ร่วมกับสถาบันวิจัยสมุทรศาสตร์ที่ 1 สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน ได้สำรวจแนวทางการวางแผนที่ประสานการประมง การท่องเที่ยว การขนส่งทางทะเล และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ผ่านการสำรวจทรัพยากร จัดทำแผนที่ และหารือกับชุมชน ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์กิจกรรมทางทะเลที่สอดคล้องหรือขัดแย้งกันอย่างเห็นภาพ
จางจื้อเว่ย นักวิจัยจากสถาบันวิจัยฯ เปิดเผยว่าสถาบันวิจัยฯ ได้ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินการสำรวจภาคสนามในพื้นที่สาธิตอ่าวพังงาเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 ครอบคลุมด้านสภาพแวดล้อมทางนิเวศของอ่าว พลศาสตร์ทางน้ำ ป่าชายเลน และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายไทยเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของจีน และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนางานด้านทะเลของไทย โดยคณะสำรวจได้เก็บตัวอย่างน้ำในอ่าวพังงา ติดตั้งทุ่นตรวจวัด และเก็บตัวอย่างตะกอนในพื้นที่ป่าชายเลนสำคัญ รวมถึงจัดทำแบบสอบถามเกี่ยวกับขีดความสามารถรับรองนักท่องเที่ยวและความเสี่ยงด้านระบบนิเวศ หารือกับหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
พื้นที่วางแผนที่เกี่ยวข้องกับอ่าวพังงายังครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทำให้การประสานงานข้ามจังหวัดเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องแก้ไขในการวางแผน โดยศักดิ์อนันต์ระบุว่าการศึกษาที่เกี่ยวข้องครอบคลุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งในทั้งสามจังหวัด จึงจำเป็นต้องพิจารณาและประสานขอบเขตพื้นที่และหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ ให้สอดคล้องกัน ขณะเดียวกันการวางแผนใช้พื้นที่ทางทะเลสำหรับอ่าวพังงาจำเป็นต้องใช้แนวทางแบบองค์รวม บูรณาการพื้นที่บนบก เกาะ และทะเล และผสมผสานการคุ้มครองระบบนิเวศ การพัฒนาอุตสาหกรรม และความต้องการของชุมชน ซึ่งคณะนักวิจัยได้วิเคราะห์เบื้องต้นแล้วและจะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสำรวจกลไกการจัดการแบบร่วมมือกันต่อไป