
(แฟ้มภาพซินหัว : เศษซากความเสียหายในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 3 มี.ค. 2026)
เตหะราน/เยรูซาเล็ม, 4 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) อิสมาอีล บากิอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน จัดการแถลงข่าวที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่พังเสียหายจากสงครามในกรุงเตหะรานของอิหร่าน โดยบากิอีเตือนความพยายามของอิสราเอลที่ต้องการขยายขอบเขตสงครามกับอิหร่านไปทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันตก
บากิอีกล่าวว่าการทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันตกระส่ำระส่ายไม่ปลอดภัยนั้นเป็นแผนการของอิสราเอล ซึ่งพยายามใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ปัจจุบัน ขยายขอบเขตสงครามในภูมิภาค และก่อวินาศกรรมในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อเปลี่ยนสงครามโจมตีอิหร่านเป็นความขัดแย้งที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันตก
บากิอีแสดงความหวังว่าประเทศมุสลิมและประเทศในภูมิภาคจะเฝ้าระวังและป้องกัน "การกระทำอันมุ่งร้าย" ไม่ให้สำเร็จตามแผนการของอิสราเอล พร้อมเน้นย้ำว่าการป้องกันวิกฤตและความไม่มั่นคงลุกลามในภูมิภาคนั้นเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ขณะปัจจุบันอิหร่านทุ่มเทขีดความสามารถและความสนใจกับการปกป้องประเทศเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน กิดิออน ซาอาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตทั้งหมดกับอิหร่าน โดยอ้างอิงกรณีอิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้านด้วยขีปนาวุธเมื่อไม่นานนี้ รวมถึงการปราบปรามผู้เห็นต่างภายในประเทศ
ซาอาร์ ซึ่งพบปะกับคณะนักการทูตต่างชาติที่ประจำการอยู่ในอิสราเอลราว 60 คน เมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) กล่าวว่าอิหร่านสร้างภัยคุกคามที่ลุกลามนอกเหนือจากความขัดแย้งทางทหารในปัจจุบัน ชี้ว่ารายงานข่าวอิหร่านรุกรานกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียเป็นหลักฐานสะท้อนภยันตรายเพิ่มขึ้นในภูมิภาค
อนึ่ง สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีกรุงเตหะรานและอีกหลายเมืองของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ซึ่งสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงสมาชิกครอบครัวของผู้นำ ผู้บัญชาการทหารระดับสูง และพลเรือน ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง
