
(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กๆ เข้าร่วมงานเทศกาลแคนเบอร์รา มูน เฟสติวัล ปี 2025 ในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 7 ก.ย. 2025)
ปารีส, 26 มี.ค. (ซินหัว) -- รายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลกของยูเนสโก ประจำปี 2026 ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (25 มี.ค.) ระบุว่าจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาทั่วโลกเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แตะ 273 ล้านคน
ภารกิจช่วยเหลือให้เด็กคงอยู่ในระบบการศึกษาชะลอตัวลงในเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลกตั้งแต่ปี 2015 แนวโน้มนี้เห็นได้ชัดเป็นพิเศษในภูมิภาคแอฟริกาใต้ซาฮารา ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น วิกฤตการณ์ และข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยเฉพาะสภาวะความขัดแย้งที่กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความคืบหน้าทางการศึกษา เนื่องจากปัจจุบันมีเด็กกว่า 1 ใน 6 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง ส่งผลให้มีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านคน เพิ่มเติมจากตัวเลขที่มีการบันทึกไว้แล้ว
สถานการณ์มีความน่ากังวลเป็นพิเศษในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยืดเยื้อได้บีบบังคับให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอน ส่งผลให้เด็กนับล้านคนขาดโอกาสทางการศึกษา
สัดส่วนประเทศที่นำกลไกด้านงบประมาณมาใช้เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในการศึกษาชั้นประถมและมัธยม เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น มีกลุ่มประเทศร้อยละ 76 ที่ได้ใช้นโยบายเพื่อปรับการจัดสรรทรัพยากรให้เอื้อต่อโรงเรียนด้อยโอกาส ทว่ามีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่นำกลไกเหล่านี้มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อกระจายทรัพยากรทางการศึกษาไปยังกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
รายงานเน้นย้ำว่าไม่มีนโยบายใดเพียงนโยบายเดียวที่สามารถแก้ปัญหาการถูกกีดกันทางการศึกษาได้อย่างครบถ้วน พร้อมเรียกร้องให้มีการออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทและความท้าทายของแต่ละพื้นที่ โดยสำหรับในบางประเทศ หลายมาตรการอย่างเช่นการกำหนดให้การศึกษาเป็นภาคบังคับแทนการให้เรียนฟรีเพียงอย่างเดียว การบังคับใช้กฎหมายแรงงานเด็ก การขยายการเข้าถึงไฟฟ้า รวมถึงการจัดโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ล้วนมีส่วนช่วยเพิ่มระยะเวลาที่เด็กได้อยู่ในระบบการศึกษา