
(แฟ้มภาพซินหัว : ชายกำลังตากปลาในเมืองจิตตะกองของบังกลาเทศ วันที่ 26 ธ.ค. 2021)
ซิดนีย์, 24 เม.ย. (ซินหัว) -- นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าการประมงเกินขนาดและการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมกำลังบ่อนทำลายรากฐานทางชีวภาพของแหล่งประมงหลายแห่ง โดยผลวิเคราะห์ล่าสุดเผยให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของปลาทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุกของออสเตรเลียวิเคราะห์บันทึกการเติบโตเกือบ 7,700 รายการของสัตว์ทะเล 1,479 ชนิด ระหว่างปี 1908-2021 พบว่าการเติบโตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1908 เป็นต้นมา โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
แรงกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อระบบนิเวศและวงจรชีวิตของปลา โดยคณะนักวิจัยตรวจสอบการเติบโตตลอดระยะเวลา 113 ปี และพบว่าปลาเหล่านี้มีขนาดตัวเล็กลงหรือมีอัตราการเติบโตช้าลง ซึ่งการทำประมงเชิงพาณิชย์ที่เน้นคัดเฉพาะปลาขนาดใหญ่คือปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรูปแบบการเติบโตของปลา ไม่ใช่ปัจจัยเรื่องอุณหภูมิ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจเป็นตัวแปรที่เข้ามาซ้ำเติมผลกระทบดังกล่าวก็ตาม
ทั้งนี้ การทำประมงอย่างเข้มข้นกำลังทิ้งรอยประทับทางชีวภาพที่ชัดเจนไว้ในกลุ่มประชากรปลา แนวโน้มนี้ปรากฏชัดเจนที่สุดในภูมิภาคเขตอบอุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงกดดันจากการทำประมงมากที่สุด
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าปลาที่มีขนาดเล็กลงและโตช้าลงกำลังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างห่วงโซ่อาหาร ลดปริมาณผลผลิตจากการทำประมง และทำให้ความพยายามฟื้นฟูทรัพยากรมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นทั้งการจำกัดปริมาณการจับ การคุ้มครองขนาดสัตว์น้ำและถิ่นที่อยู่อาศัย รวมถึงการติดตามผลในระยะยาวเพื่อตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงของวงจรชีวิตสัตว์น้ำ