เมลเบิร์น, 23 ก.ย. (ซินหัว) -- งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอทีของออสเตรเลียระบุว่าแม้ผู้บริโภคจะตระหนักรู้ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแฟชั่นแบบเร่งด่วนพิเศษ (ultra-fast fashion) ซึ่งหมายถึงการผลิตเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วในปริมาณมากเพื่อให้ทันต่อกระแสนิยมที่เกิดขึ้นในทันที แต่การตระหนักรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้บริโภคหยุดซื้อสินค้าเหล่านี้ เนื่องจากผู้คนมักให้ความสำคัญกับราคาและความสะดวกสบายมากกว่า
รายงานระบุว่าผู้บริโภคมักชั่งน้ำหนักระหว่างเรื่องความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม กับราคาที่เอื้อมถึงและความสะดวกสบาย โดยพยายามกำหนดงบประมาณและวางแผนการซื้ออย่างรอบคอบ เพื่อให้รู้สึกว่าการซื้อเสื้อผ้าเหล่านั้นยังสมเหตุสมผล ทว่าการซื้อสินค้าแฟชั่นแบบเร่งด่วนพิเศษนั้นไม่ได้เกิดจากความหุนหันพลันแล่นเพียงอย่างเดียว
ทีมนักวิจัยระบุพฤติกรรมการซื้อ 2 แบบ รูปแบบแรกคือการเตรียมตัวก่อนซื้อ เช่น สร้างรายการสินค้าที่ต้องการ ใส่สินค้าไว้ในตะกร้า คอยติดตามส่วนลด และรอจนถึงวันเงินเดือนออก ส่วนรูปแบบที่สองคือการกำหนดงบประมาณ วงเงินใช้จ่าย และหาเหตุผลต่างๆ เพื่อช่วยลดความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ผลการศึกษาพบว่าสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ โดยเปิดให้ผู้ซื้อเห็นกระแสความนิยมต่างๆ และตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยสิ่งที่ผู้เข้าร่วมการศึกษาคลิก ค้นหา และบันทึกไว้ ล้วนมีอิทธิพลต่อคำแนะนำและโปรโมชั่นที่ได้รับในภายหลัง ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคยังคงมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ผลการศึกษาชี้ว่าการสื่อสารเรื่องความยั่งยืนอาจได้ผลมากขึ้นหากพูดถึงเรื่องราคาและความคุ้มค่าในการซื้อ เช่นการเปรียบเทียบให้เห็นว่าแม้เสื้อผ้าที่มีความทนทานจะราคาสูงกว่า แต่อาจคุ้มค่ากว่าเมื่อคำนวณจากจำนวนครั้งที่สวมใส่และอายุการใช้งาน

(แฟ้มภาพซินหัว : คนรับประทานอาหารที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งออสเตรเลีย ในนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 17 พ.ค. 2024)
