เยรูซาเล็ม/เตหะราน, 4 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธ (4 มี.ค.) กองทัพอิสราเอลประกาศว่าได้ "เริ่มการโจมตีระลอกใหญ่" ต่อเป้าหมายในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจุดปล่อยขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ขณะที่ปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลเข้าสู่วันที่ 5 โดยกองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีศูนย์บัญชาการของรัฐบาลและสถานที่ด้านความมั่นคงภายใน "หลายสิบแห่ง" ทั่วกรุงเตหะราน ซึ่งเครื่องบินรบได้ทิ้งอาวุธจำนวนหลายสิบลูกใส่กลุ่มกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ (Basij) ของอิหร่านและศูนย์บัญชาการความมั่นคงภายใน
ด้านในอิสราเอล มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วประเทศตลอดช่วงกลางคืนจนถึงเช้ามืดวันพุธ (4 มี.ค.) หลังทางการแจ้งเตือนการยิงขีปนาวุธจากอิหร่าน ขณะที่แรงระเบิดจากการสกัดกั้นขีปนาวุธสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อกลุ่มอาคารหลายแห่ง
สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ (IRNA) ของทางการอิหร่าน อ้างอิงคำกล่าวของอาลีเรซา คาเซมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอิหร่าน รายงานว่าปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอลส่งผลให้มีนักเรียนและครูเสียชีวิตราว 185 ราย บาดเจ็บเกือบ 120 ราย และทำลายโรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาราว 20 แห่งทั่วอิหร่าน
คาเซมี ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายในกรุงเตหะรานเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) กล่าวว่าการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่โรงเรียน โรงพยาบาล และศูนย์กู้ภัยและบรรเทาทุกข์ ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญา พันธกรณี และกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งสิ่งนี้ควรถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์

(แฟ้มภาพซินหัว : ความเสียหายภายในห้องเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 3 มี.ค. 2026)