
ปักกิ่ง, 10 มี.ค. (ซินหัว) -- การกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นกลายเป็นภารกิจหลักทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2026 และปีถัดๆ ไป ซึ่งสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนทิศทางในภาพรวมของจีนที่มุ่งสู่การเติบโตแบบขับเคลื่อนด้วยการบริโภค โดยมีการเน้นย้ำความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของ "อุปสงค์ภายในประเทศ" ในรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลและร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ณ การประชุม "สองสภา" ที่กำลังดำเนินอยู่ในกรุงปักกิ่ง
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและท้าทาย รายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนเน้นย้ำความจำเป็นในการขยายอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงแผนดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการบริโภคอันเป็นเสาหลักของอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 สำทับว่าจีนตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการบริโภคของภาคครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อย่างชัดเจน ทำให้อุปสงค์ภายในประเทศเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่โดดเด่นยิ่งขึ้นในช่วง 5 ปี
ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดของจีนในปี 2025 สูงเกิน 50 ล้านล้านหยวน (ราว 230 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก และการบริโภคครองสัดส่วนถึงร้อยละ 52 ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้น 5 จุดจากปีก่อนหน้า ซึ่งนี่ถือเป็นรากฐานอันแข็งแกร่ง โดยตลาดผู้บริโภคของจีนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งจากการขยายตัวเชิงปริมาณสู่การยกระดับเชิงคุณภาพ พร้อมสารพัดมาตรการที่ออกมาปลดล็อกศักยภาพมหาศาลของตลาดผู้บริโภคแห่งนี้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก
เสริมพลังด้วยนโยบาย
การกระตุ้นการบริโภคมีจุดสำคัญพื้นฐานอยู่ที่การยกระดับความเชื่อมั่น และจีนกำลังเพิ่มการสนับสนุนทางนโยบายเพื่อปลดปล่อยศักยภาพของผู้บริโภค โดยรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนกำหนดให้ "การสร้างตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง" อยู่อันดับแรกของภารกิจหลักในปี 2026 รวมถึงแจกแจงชุดมาตรการอันเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดสรรพันธบัตรรัฐบาลพิเศษที่มีอายุยาวนานพิเศษ มูลค่า 2.5 แสนล้านหยวน (ราว 1.15 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยน (trade-in) สินค้าอุปโภคบริโภค การจัดตั้งกองทุนประสานงานการคลัง-การเงิน มูลค่า 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.61 แสนล้านบาท) เพื่อเกื้อหนุนการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ และการขยายความครอบคลุมของเงินอุดหนุนดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจบริการ
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่านโยบายเหล่านี้ต่อยอดจากความสำเร็จอันโดดเด่นของโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสร้างยอดจำหน่ายรวม 3.92 ล้านล้านหยวน (ราว 18.06 ล้านล้านบาท) ในปี 2024-2025 และสร้างประโยชน์แก่ผู้บริโภค 494 ล้านครั้ง โดยหลิวฮุย สมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (NPC) ซึ่งเป็นช่างเทคนิคที่บริษัท เจียงหลิง มอเตอร์ส จำกัด ในมณฑลเจียงซี ได้กล่าวถึงผลประโยชน์ที่จับต้องได้ของนโยบายส่งเสริมการบริโภคในภาคธุรกิจยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ว่าเพื่อนบ้านและญาติหลายคนของเขาใช้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนรถเก่าเป็นยานยนต์พลังงานใหม่
หลิวกล่าวว่าช่างเทคนิครุ่นน้องที่โรงงานของบริษัทฯ คนหนึ่งประหยัดเงินได้เกือบ 20,000 หยวน (ราว 92,100 บาท) ในการซื้อยานยนต์พลังงานใหม่ โดยอาศัยเงินอุดหนุนจากโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยนและเงินอุดหนุนดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อการบริโภคของรัฐบาล ซึ่งหลิวมองว่านโยบายเหล่านี้ไม่เพียงกระตุ้นการลงทุนแต่ยังกระตุ้นการบริโภคด้วย
นอกจากการกระตุ้นระยะสั้น จีนกำลังมุ่งเสริมสร้างศักยภาพในระยะยาวเพื่อเปลี่ยนผ่านการบริโภคจากเป้าหมายเชิงนโยบายเป็นการจับจ่ายใช้สอยโดยธรรมชาติของประชาชน โดยรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลระบุว่าจีนจะดำเนินแผนการเพิ่มรายได้ของผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองและชนบท ซึ่งจะออกมาตรการอันเป็นรูปธรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้ของกลุ่มรายได้น้อย เพิ่มรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงปรับปรุงระบบค่าตอบแทนและประกันสังคมให้ดียิ่งขึ้น
การบริโภครูปแบบใหม่
การบริโภคของจีนกำลังขยายตัวจากการซื้อสินค้าสู่การซื้อประสบการณ์ จากการซื้อประโยชน์ใช้สอยสู่การซื้อคุณค่าทางอารมณ์ ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และการเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตที่มีคุณภาพของเศรษฐกิจ ซึ่งผลักดันให้เกิดการบริโภครูปแบบใหม่ เช่น เศรษฐกิจเปิดตัวสินค้า (debut economy) เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง (pet economy) สินค้าตามกระแสความนิยมจีน (China-chic) และการสัมผัสประสบการณ์สมจริง
แนวโน้มนี้ปรากฏชัดเจนในร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ซึ่งกำหนดการ "ปลดปล่อยศักยภาพของการบริโภคในภาคการบริการ" และ "ส่งเสริมการขยายตัวและยกระดับการบริโภคสินค้า" ขณะเดียวกันรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลกำหนดการยกระดับการบริการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค สร้างบรรยากาศการบริโภครูปแบบใหม่ และเร่งบ่มเพาะจุดเติบโตใหม่ๆ โดยจางเสี่ยวเหวิน สมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (NPC) จากมณฑลเหลียวหนิง และประธานบริษัท ตงเป่ย เปียโน อินสตรูเมนต์ส จำกัด กำลังร่วมกระแสนี้ด้วยการบูรณาการการผลิตเปียโนเข้ากับการเรียนดนตรีและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
จางกล่าวว่าการยกระดับการบริโภคและการเรียนดนตรีที่แพร่หลายมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องการเปียโนคุณภาพสูงและตอบโจทย์ความต้องการส่วนบุคคลมากขึ้น บริษัทฯ จึงต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงสร้าง "ศูนย์กลางวัฒนธรรมเปียโน" ที่ผสมผสานการผลิต การศึกษา และการท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ที่โดนใจคนรุ่นใหม่และผู้ชื่นชอบวัฒนธรรม
นอกจากผู้บริโภครุ่นใหม่ในเขตเมือง ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของการขับเคลื่อนการใช้จ่ายรูปแบบใหม่ จีนกำลังปลดล็อกศักยภาพการบริโภคของคนชนบทและผู้สูงอายุด้วย โดยร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ระบุความพยายามยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในระดับอำเภอ การบริการจัดส่งพัสดุด่วนในชนบท อุปทานผลิตภัณฑ์อันเป็นมิตรกับผู้สูงอายุและการบริการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ประกอบการชั้นนำและแบรนด์ชื่อดังในเศรษฐกิจผู้สูงวัย
อู๋เฟิงกัง ที่ปรึกษาทางการเมืองระดับชาติและนักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันสังคมนิยมเจียงซี ตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริโภคสูงวัยกำลังก้าวจากความต้องการขั้นพื้นฐานสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความอัจฉริยะ และการบริการ ซึ่งถือเป็นโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจผู้สูงวัยในจีน
เทคโนโลยีคือตัวเร่ง
ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 วางแผน "ใช้อุปสงค์ใหม่ขับเคลื่อนอุปทานใหม่ และสร้างอุปสงค์ใหม่ด้วยอุปทานใหม่" ทำให้การสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องยนต์ทรงพลังในการขยายและยกระดับการบริโภค โดยมีการเน้นย้ำ "เป้าหมายบรรลุการพึ่งพาตนเองและความแข็งแกร่งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียิ่งขึ้นเพื่อพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ" ขณะที่ปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมการบริโภคในหลายภาคธุรกิจของจีน
จีนจะเพิ่มการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการยกระดับการบริโภค โดยวางแผนพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนกลางเพื่อเพิ่มผลิตภาพ อุปกรณ์ปลายทางอัจฉริยะขั้นสูงรุ่นใหม่อย่างสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และหุ่นยนต์อัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนขยายสถานการณ์ใหม่ๆ สำหรับการบริโภคในภาคการบริการเชิงอัจฉริยะ
โจวตี๋ สมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (NPC) และผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี เชื่อว่าการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มตัวเลือกการบริโภคที่มีคุณภาพสูงเป็นกุญแจสู่การกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน พร้อมส่งเสริมการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการบริโภคในภาคธุรกิจต่างๆ อย่างระบบบ้านอัจฉริยะ การตรวจวัดสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย