
(แฟ้มภาพซินหัว : เหตุระเบิดระหว่างการโจมตีด้วยขีปวนาวุธโดยอิหร่าน บริเวณใจกลางเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล วันที่ 28 ก.พ. 2026)
วอชิงตัน, 3 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เรียกร้องชาวอเมริกันเดินทางออกจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางทันที เนื่องจากเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง โดยโมรา นัมดาร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ฝ่ายกิจการกงสุล ระบุว่าชาวอเมริกันควรใช้การขนส่งเชิงพาณิชย์เดินทางออกจากบาห์เรน อียิปต์ อิหร่าน อิรัก อิสราเอล เขตเวสต์แบงก์และกาซา จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน
ขณะเดียวกัน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่าวัตถุประสงค์ของสหรัฐฯ ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านสามารถบรรลุได้โดยไม่ต้องใช้กำลังภาคพื้นดิน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอยู่ โดยเป้าหมายหลักคือการทำลายฐานยิงขีปนาวุธ คลังขีปนาวุธ และขีดความสามารถด้านการผลิตขีปนาวุธ รวมถึงโดรนโจมตีทางเดียวและกองทัพเรือของอิหร่าน
ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตีอิหร่านอาจดำเนินต่อไปนานกว่า 4-5 สัปดาห์
สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นโจมตีอิหร่านทางอากาศครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ด้านอิหร่านยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล