

(แฟ้มภาพซินหัว : เศษซากอาคารในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 4 มี.ค. 2026)
เจนีวา, 6 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่ามีการยืนยันเหตุโจมตีสถานพยาบาลในอิหร่าน 13 ครั้ง และในเลบานอน 1 ครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ทีโดรสกล่าวว่ากฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศกำหนดให้คุ้มครองและไม่โจมตีสถานพยาบาล โดยองค์การฯ กำลังทำงานร่วมกับสำนักงานองค์การฯ ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเฝ้าติดตามผลกระทบต่อการบริการทางสุขภาพและให้การสนับสนุนตามความจำเป็นและการร้องขอ
ทีโดรสกล่าวว่าองค์การฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลางเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อ 16 ประเทศแล้ว ขณะเดียวกันทีโดรสแสดงความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยการสร้างความเสียหายแก่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อสาธารณสุข
ปัจจุบันมีรายงานผู้เสียชีวิตในอิหร่านเกือบ 1,000 ราย ในเลบานอน 50 ราย ในอิสราเอล 13 ราย และในประเทศอื่นๆ ของอ่าวเปอร์เซีย 11 ราย
ความขัดแย้งครั้งนี้ยังก่อให้เกิดการพลัดถิ่นฐานอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขจากการประเมินคาดว่ามีประชาชนพลัดถิ่นออกจากอิหร่าน 1 แสนคน พลัดถิ่นในเลบานอนมากกว่า 60,000 คน และมีแนวโน้มย้ายถิ่นฐานอย่างน้อย 1 ล้านคน เนื่องจากมีคำสั่งอพยพในตอนใต้ของภูมิภาค

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเข้าร่วมพิธีศพหมู่เพื่อไว้อาลัยแก่นักเรียนและบุคลากรที่เสียชีวิตจากกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีโรงเรียนในเมืองมินาบ จังหวัดฮอร์มุซกันทางตอนใต้ของอิหร่าน วันที่ 3 มี.ค. 2026)