
(แฟ้มภาพซินหัว : รถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ก่อสร้างสนามบินนานาชาติบิโชฟตู ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองบิโชฟตู ในรัฐโอโรเมียของเอธิโอเปีย วันที่ 29 เม.ย. 2026)
แอดดิสอาบาบา, 4 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) ที่ผ่านมา บริษัทการก่อสร้างเพื่อการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CCCC) ได้นำเข้ารถบรรทุกไฟฟ้าสำหรับงานหนักจำนวน 50 คัน เข้าสู่พื้นที่โครงการก่อสร้างสนามบินขนาดใหญ่ในเอธิโอเปีย เพื่อร่วมขับเคลื่อนการสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการก่อสร้างของประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
รถบรรทุกหนักพลังงานใหม่ชุดแรกจำนวน 50 คันที่นำเข้าจากจีน ได้เริ่มต้นปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ ณ พื้นที่ก่อสร้างสนามบินนานาชาติบิโชฟตู (Bishoftu International Airport) ของเอธิโอเปีย โดยคาดว่ารถบรรทุกอีก 42 คันจะเดินทางมาถึงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
หลิวเสี่ยวกวง รัฐมนตรีที่ปรึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูตจีนในเอธิโอเปีย กล่าวในงานว่าการนำรถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในภาคการก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาความร่วมมือระหว่างจีนและเอธิโอเปีย เพื่อผลักดันการสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
หลิวกล่าวว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้คือมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการนำผลลัพธ์จากการประชุมความร่วมมือจีน-แอฟริกา (FOCAC) มาปฏิบัติจริง และยังเป็นการยกระดับการประสานกลยุทธ์การพัฒนาสีเขียวของทั้งสองประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสีเขียวที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศของเอธิโอเปีย
เหว่ยเฉียงอวี่ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทฯ สาขาเอธิโอเปีย กล่าวว่า การนำรถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้าเข้ามาใช้ในเอธิโอเปียนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการพัฒนาสีเขียว ยกระดับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดวงจรชีวิตของโครงการ
การนำอุปกรณ์พลังงานใหม่มาใช้งานในระดับมหภาค ช่วยลดการบริโภคเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนแต่ยัง ทั้งยังประสิทธิภาพในการก่อสร้างและความน่าเชื่อถือของโครงการ รวมถึงช่วยลดมลพิษทางเสียงในพื้นที่ก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ
อเลมาเยฮู จารา (Alemayehu Jara) นายกเทศมนตรีเมืองบิโชฟตู กล่าวว่า การใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในโครงการสนามบินขนาดใหญ่ของเอธิโอเปียยังเป็นแบบอย่างที่สำคัญสำหรับแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืนในภาคส่วนงานก่อสร้าง
รัฐบาลเอธิโอเปียได้ผลักดันการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง และลดแรงกดดันต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ตลอดพจนขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมให้ก้าวหน้า
ทั้งนี้ สนามบินแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ที่เมืองบิโชฟตู รัฐโอโรเมีย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงแอดดิสอาบาบาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร สามารถรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปี หลังการก่อสร้างระยะแรกเสร็จสิ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า และจะเพิ่มขึ้นเป็น 110 ล้านคนต่อปี หลังก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เต็มรูปแบบ
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/350406.html)