
‘คลองผิงลู่’ หมุดหมายใหม่ เสริมส่งโลจิสติกส์-ความร่วมมืออุตสาหกรรม จีน-มาเลเซีย
กัวลาลัมเปอร์, 25 ก.ย. (ซินหัว) -- ไม่นานมานี้ ลุย ไฮ ทิง (Looi Hei Tyng) รองประธานสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมจีนแห่งมาเลเซีย (ACCCIM) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า การเปิดให้บริการ "คลองผิงลู่" (Pinglu Canal) ของจีน จะช่วยย่อระยะทางการขนส่งและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคตะวันตกของจีนได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ภาคธุรกิจมาเลเซียในการขยายตลาดเข้าสู่จีน
ลุยกล่าวว่า คลองผิงลู่จะช่วยยกระดับการเชื่อมโยงในภูมิภาค และช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจขยายความร่วมมือที่ก้าวข้ามการค้าแบบเดิมๆ ไปสู่กิจกรรมด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน
คลองนี้มีความยาว 134.2 กิโลเมตร ซึ่งทอดตัวยาวตั้งแต่เมืองเหิงโจว ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ไปจนถึงอ่าวเป่ยปู้ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยนับเป็นทางออกสู่ทะเลที่ใกล้ที่สุดสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
ลุยระบุว่า การเปิดให้บริการของคลองผิงลู่เป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และถือเป็นก้าวสำคัญสู่วิวัฒนาการของการสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์แบบบูรณาการในภูมิภาคตะวันตกของจีน
ลุยเสริมว่า คลองผิงลู่จะช่วยยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการคมนาคมขนส่งของจีนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเส้นทางทางน้ำภายในประเทศเข้ากับเส้นทางเดินเรือทางทะเล
ในอนาคต ลุยเรียกร้องให้มีการประสานเชื่อมโยงระหว่างคลองผิงลู่กับเครือข่ายท่าเรือ ทางรถไฟ และทางหลวงที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
ลุยกล่าวว่า นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าไปยังพื้นที่ตะวันตกของจีนแล้ว ภาคธุรกิจของมาเลเซียยังสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในด้านการคลังสินค้าและการกระจายสินค้า การแปรรูปและการผลิต การจัดการห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ในเขตปกครองตนเองกว่างซีและพื้นที่อื่นๆ ทางตะวันตกของจีนได้อีกด้วย และความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสายสัมพันธ์ด้านการลงทุนแบบสองทางระหว่างมาเลเซียกับจีน
จีนและอาเซียนครองตำแหน่งคู่ค้าต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของกันและกันมาอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองฝ่ายได้พุ่งทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.3 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในปี 2024 แตะระดับ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35 ล้านล้านบาท) ขณะที่ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 มูลค่าการค้าทวิภาคีรวมอยู่ที่ 8.62 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28.08 ล้านล้านบาท) เติบโตขึ้นร้อยละ 25.6 เมื่อเทียบปีต่อปี
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352342.html)