
(แฟ้มภาพซินหัว : พลเรือนรวมตัวเข้าร่วมพิธีศพหมู่ของนักเรียนและบุคลากรที่เสียชีวิตจากกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีโรงเรียนในจังหวัดฮอร์มุซกันทางตอนใต้ของอิหร่าน วันที่ 3 มี.ค. 2026)
สหประชาชาติ, 7 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) อามีร์ ซาอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ว่าการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลคร่าชีวิตพลเรือนอิหร่าน รวมถึงเด็กและผู้หญิง อย่างน้อย 1,332 ราย และบาดเจ็บอีกหลายพันราย
อิราวานีอ้างอิงข้อมูลจากสภาเสี้ยววงเดือนแดงแห่งอิหร่านระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นเด็กมากกว่า 180 ราย และมีโรงเรียนพังเสียหายมากกว่า 20 แห่ง โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเจตนามุ่งเป้าที่พลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนทั่วอิหร่าน สะท้อนพวกเขาว่า "ไม่มีเส้นแดงในการก่ออาชญากรรม"
ขณะเดียวกันหลายเมืองของอิหร่านกำลังถูกโจมตีตามอำเภอใจ พื้นที่ที่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่นและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของพลเรือนถูกมุ่งเป้าอย่างจงใจ ซึ่งอิราวานีกล่าวว่าการกระทำเหล่านี้ถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอย่างชัดเจน
นอกจากนั้นมีการโจมตีสถานพยาบาลในอิหร่าน 13 แห่ง สนามกีฬาและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของพลเรือนหลายแห่งในกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ ถูกมุ่งเป้าโจมตีอย่างจงใจเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ทำให้นักกีฬาหญิงเสียชีวิตมากกว่า 18 ราย และผู้บาดเจ็บอีกราว 100 ราย
อิราวานีกล่าวว่าเจตนาของสหรัฐฯ และอิสราเอลนั้นชัดแจ้งแล้ว นั่นคือข่มขู่คุกคามพลเรือน สังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ สร้างความทุกข์ทรมานและความเสียหายย่อยยับ ดังนั้นคำกล่าวอ้างของทั้งสองประเทศที่ว่ามุ่งโจมตีแต่เป้าหมายทางทหารนั้นไม่มีมูลความจริง
อิหร่านจะยังคงรักษาสิทธิปกป้องตนเองภายใต้มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติจนกว่าการรุกรานจะยุติ โดยการตอบโต้ของอิหร่านนั้นชอบธรรม จำเป็น และสมเหตุสมผล รวมถึงอิหร่านมุ่งโจมตีแต่เป้าหมายทางทหารของผู้รุกราน พร้อมเน้นย้ำว่า "อิหร่านไม่ได้ก่อสงคราม" แต่จะไม่ยอมเสียอธิปไตย และจะปกป้องประชาชน ดินแดน และเอกราช
ส่วนกรณีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน อิราวานีกล่าวว่ากรณีดังกล่าวแสดงการละเมิดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศที่อยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน โดยอิหร่านไม่ยอมรับและจะไม่ยอมให้อำนาจจากต่างประเทศเข้าแทรกแซงกิจการภายใน
ทั้งนี้ อิราวานีเรียกร้องประเทศสมาชิกสหประชาชาติทุกแห่งประณามการรุกรานและการก่ออาชญากรรมสงครามครั้งนี้ และหยุดยั้งการรุกรานที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศและภูมิภาค โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องดำเนินการทันทีอย่างชัดเจนและไม่ล่าช้า