
(แฟ้มภาพซินหัว : กลุ่มผู้ชุมนุมชูป้ายประท้วงสงครามอิหร่านในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ วันที่ 1 พ.ค. 2026)
วอชิงตัน, 28 ก.ค. (ซินหัว) -- ผลสำรวจใหม่จากรอยเตอร์ส-อิปซอส (Reuters/Ipsos) ซึ่งจัดทำวันที่ 24-26 ก.ค. พบชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 3 คน ที่สนับสนุนการทำสงครามอิหร่าน ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่เกิดขึ้นมานาน 5 เดือนแล้ว
รายงานระบุว่าร้อยละ 69 ของชาวอเมริกันกลุ่มสำรวจ ซึ่งรวมถึงผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันราว 4 ใน 10 คน มองว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้อธิบายเป้าหมายของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ สัดส่วนการเห็นด้วยกับความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านนั้นตกต่ำกว่าร้อยละ 40 นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินการโจมตีอิหร่านร่วมกันเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2026
หลายผลสำรวจบ่งชี้กระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นจากสาธารณชน เช่น ผลสำรวจจากเดอะวอชิงตันโพสต์-อิปซอส (The Washington Post-Ipsos) เมื่อไม่นานนี้พบว่าร้อยละ 68 ของชาวอเมริกันมองว่าสงครามอิหร่าน "ไม่คุ้มค่าที่จะต่อสู้"
เมื่อวันจันทร์ (27 ก.ค.) ทรัมป์ประกาศการตัดสินใจหยุดโจมตีอิหร่านเพื่อเปิดโอกาสให้เจรจาอีกครั้ง แต่ข่มขู่ว่าอาจจะสั่งให้กลับมาโจมตีหากการเจรจากับอิหร่านไม่ประสบความสำเร็จ
ด้าน พีต เฮกเซ็ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ร้องของบประมาณเพิ่มเติมสำหรับสงครามอิหร่าน ณ การประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ ในสัปดาห์ก่อน โดยระบุว่าค่าใช้จ่ายในการทำสงครามอิหร่านอยู่ที่ 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.26 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงปัจจุบัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.75 แสนล้านบาท) ที่ประมาณการไว้ในเดือนพฤษภาคม