
โตเกียว, 27 พ.ค. (ซินหัว) -- วันพุธ (27 พ.ค.) รัฐสภาญี่ปุ่นประกาศใช้กฎหมายจัดตั้งสภาข่าวกรองระดับชาติ ขณะนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ตั้งเป้าหมายรวมศูนย์และเสริมสร้างศักยภาพด้านข่าวกรองของประเทศ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นวางแผนจัดตั้งระบบข่าวกรองที่มีสภาข่าวกรองระดับชาติเป็นศูนย์กลางและมีสำนักข่าวกรองระดับชาติเป็นหน่วยปฏิบัติการ
กฎหมายฉบับใหม่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานสภาข่าวกรองระดับชาติ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ส่วนสำนักข่าวกรองระดับชาติจะประสานงานข่าวกรองระหว่างกระทรวงและหน่วยงานของรัฐบาลอย่างครอบคลุมรอบด้าน
สำนักข่าวเคียวโด นิวส์ รายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจจัดตั้งสภาข่าวกรองระดับชาติและสำนักข่าวกรองระดับชาติได้เร็วที่สุดภายในเดือนกรกฎาคม โดยกฎหมายฉบับใหม่ไม่มีบทบัญญัติที่เปิดทางให้รัฐสภาติดตามกิจกรรมด้านข่าวกรอง ทำให้เกิดคำถามถึงการกำกับตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย และยังคงสร้างความกังวลเป็นวงกว้างทั่วสังคมญี่ปุ่น ซึ่งมีประชาชนชุมนุมประท้วงกฎหมายฉบับนี้ในกรุงโตเกียวหลายครั้งแล้ว
มาโกโตะ โคนิชิ นักข่าวสายทหารของญี่ปุ่นและอดีตเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น เผยกับสำนักข่าวซินหัวว่าหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันเครื่องมือใหม่ด้านข่าวกรองของรัฐบาลญี่ปุ่นคือปราบปรามเสียงเรียกร้องสันติภาพและเสียงคัดค้านสงคราม ด้านอัตสึชิ โคเค็ตสึ นักวิจัยรับเชิญจากมหาวิทยาลัยเมจิ ระบุว่าระบบข่าวกรองใหม่อาจนำไปสู่การสอดแนมและจำกัดการแลกเปลี่ยนระดับพลเรือนระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศเพื่อนบ้าน
ความคืบหน้าล่าสุดนี้ยังปลุกกระแสความหวาดกลัว "โทกโกะ" (Tokko) ในญี่ปุ่น โดยโทกโกะเป็นชื่อย่อของ "ตำรวจพิเศษระดับสูง" (Special Higher Police) ซึ่งเป็นหน่วยตำรวจลับอันอื้อฉาวที่ปราบปรามผู้เห็นต่างและควบคุมแนวคิดของประชาชนในญี่ปุ่นช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โดยบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ริวกิวชิมโปเคยเตือนว่าไม่ควรลืมบทเรียนทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำรวจทหารและโทกโกะที่สอดส่องพลเมืองทั่วไปและปราบปรามกระแสต่อต้านสงครามในอดีต
