
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อแสดงความภักดีต่อโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านบริเวณจัตุรัสเองเฮแลบในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 9 มี.ค. 2026)
วอชิงตัน, 14 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากองทัพสหรัฐฯ ดำเนิน ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์กของอิหร่าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันสำคัญที่รองรับการจัดส่งน้ำมันดิบส่วนใหญ่ในอิหร่าน
ทรัมป์ระบุผ่านทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่าเขาได้ตัดสินใจไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะดังกล่าว แต่เตือนว่าอาจเปลี่ยนการตัดสินใจได้หากอิหร่านหรือฝ่ายใดก็ตามพยายามแทรกแซงการเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ซีเอ็นเอ็น (CNN) อ้างอิงผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการพยายามยึดครองเกาะคาร์กนั้นจะต้องใช้กำลังทหารภาคพื้นดินจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ยังคงลังเลอยู่ในตอนนี้
อนึ่ง เกาะคาร์กตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ห่างจากชายฝั่งอิหร่านราว 25 กิโลเมตร โดยรองรับการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านราวร้อยละ 90
เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) คิงส์ลีย์ วิลสัน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่ามีทหารสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านกว่า 50,000 นาย ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ว่ามีการโจมตีเป้าหมายแล้วราว 6,000 จุด ส่งผลให้เรือมากกว่า 60 ลำ และเรือวางทุ่นระเบิดอีก 30 ลำ ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเพนตากอนกำลังส่งเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) พร้อมกำลังนาวิกโยธินราว 2,500 นาย มุ่งหน้าไปตะวันออกกลาง โดยคาดว่ากองกำลังเหล่านี้จะใช้เวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์เพื่อไปเข้าร่วมกับกองกำลังอื่นของสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้แล้ว
อาซิออส (Axios) เว็บไซต์ข่าวของสหรัฐฯ รายงานว่าการส่งกำลังพลครั้งนี้ยังมีเรือรบอีกหลายลำและเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 (F-35) ซึ่งจะไปสนับสนุนกองกำลังที่ประจำการในตะวันออกกลาง