
(แฟ้มภาพซินหัว : หุ่นยนต์สาธิตทักษะการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ในงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 22 ที่ศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติหนานหนิง ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 19 ก.ย. 2025)
ปักกิ่ง, 2 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) เยียนตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน เปิดเผยว่ามูลค่าการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนอยู่ที่ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34.95 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบต่อปี นับเป็นครั้งแรกที่การค้าทวิภาคีทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.3 ล้านล้านบาท) โดยจีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนติดต่อกัน 17 ปี ขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกัน 6 ปี
ระหว่างการแถลงข่าวเกี่ยวกับกำหนดการจัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 23 ช่วงวันที่ 17-21 ก.ย. ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เยียนกล่าวว่าการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคมของปี 2026 รวมอยู่ที่ 7.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24.78 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบปีต่อปี และคิดเป็นร้อยละ 21.8 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของจีนในช่วงดังกล่าว
ขณะเดียวกัน มูลค่าการลงทุนสองทางสะสมระหว่างจีนกับอาเซียน และมูลค่าสะสมของโครงการตามสัญญาที่บริษัทจีนดำเนินการในอาเซียน ต่างทะลุ 5.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17.15 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม
อนึ่ง งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 23 มีบริษัทจีนเข้าร่วมจัดแสดงมากกว่า 2,200 แห่ง และบริษัทจากอาเซียนเกือบ 1,000 แห่ง โดยจะมีการจัดโซนนิทรรศการพิเศษเป็นครั้งแรกเพื่อนำเสนอความต้องการด้านเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้งานของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้บริษัทจีนสามารถจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตรตรงตามความต้องการที่นำเสนอภายในงาน
ขณะเดียวกัน งานในปีนี้จะยกระดับโซนจัดแสดงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เพื่อจัดแสดงเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้เอไอล้ำสมัยสำหรับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และระดับนานาชาติ พร้อมเปิดตัว "ตลาดปัญญาประดิษฐ์" (AI Marketplace) เป็นครั้งแรกซึ่งรวบรวมผลิตภัณฑ์กว่า 400 รุ่นให้ผู้เข้าชมได้ทดลองใช้งานและเลือกซื้อภายในงานโดยตรง
หวังลี่ผิง เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ กล่าวว่าจีนจะเร่งผลักดันให้พิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน เวอร์ชัน 3.0 ซึ่งลงนามเมื่อเดือนตุลาคม 2025 มีผลบังคับใช้และนำไปปฏิบัติโดยเร็ว พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือในสาขาสำคัญ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาสีเขียว นอกจากนี้ จีนจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าคุณภาพสูงจากอาเซียนเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างสองฝ่าย ตลอดจนแสวงหาโอกาสใหม่สำหรับขยายความร่วมมือในสาขาเกิดใหม่ โดยมุ่งส่งเสริมการค้าภาคบริการ การค้าดิจิทัล และการค้าสีเขียว