
สีสุ่ย, 15 ต.ค. (ซินหัว) -- อำเภอสีสุ่ย มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีแม่น้ำชื่อสุ่ยคดเคี้ยวผ่านภูเขาสูงชันและส่งเสียงสายน้ำไหลรื่นหูขณะผ่านหมู่บ้านหลินถัน ที่ซึ่งมีต้นส้มโอใบดกหนายืนต้นอยู่อย่างสงบไม่ไกลจากอดีตที่ทำการสาขาของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ก่อตั้งโดยกองทัพแดง และชาวบ้านท้องถิ่นต่างเรียกว่า "ส้มโอกองทัพแดง"
ต้นส้มโอต้นนี้เป็นดังที่เก็บความทรงจำตลอดชีวิตของ "ซ่งกวงผิง" วัย 77 ปี ผู้มักนึกถึงช่วงบ่ายวันที่ "ซ่งเจียทง" พ่อของเขานำต้นกล้าส้มโอกลับมา โดยสำหรับซ่งกวงผิง ต้นส้มโอต้นนี้ที่อยู่เป็นยิ่งกว่าต้นไม้ แต่คือสายใยที่มีชีวิตที่เชื่อมโยงระหว่างการเดินทัพทางไกล ความผูกพันระหว่างกองทัพแดงกับประชาชน และเส้นทางการก้าวข้ามความยากจนสู่การฟื้นฟูของหมู่บ้าน
ซ่งเจียทงเดินทางร่วมกับกองทัพแดงส่วนกลางระหว่างการเดินทัพไกลจนถึงกุ้ยโจว แต่บาดเจ็บหนักระหว่างยุทธการข้ามแม่น้ำชื่อสุ่ยสี่ครั้งและได้ชาวบ้านท้องถิ่นช่วยชีวิตเอาไว้ ซึ่งหลังจากหายดีแล้วเขาเลือกอยู่ที่หมู่บ้านหลินถันและแต่งงานสร้างครอบครัวที่นี่
ช่วงต้นทศวรรษ 1980 ซ่งเจียทงได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่อำเภอหนิงตูในมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน และนำต้นกล้าส้มโอกลับมาหลายต้นเพื่อเพาะปลูกที่หมู่บ้านหลินถัน โดยมีการเพาะปลูก 4 ตัน แต่เหลือรอดชีวิตเพียงต้นเดียว
ไม่มีใครคาดคิดว่าต้นกล้าส้มโอที่รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจะหยั่งรากลึกและผลิดอกออกผลริมแม่น้ำชื่อสุ่ย รวมถึงขยับขยายเติบโตเป็นสวนส้มโอขนาดใหญ่กว่า 300 หมู่ (ราว 125 ไร่) ตลอดแนวหุบเขาผ่านการขยายพันธุ์ด้วยวิธีทาบกิ่งของชาวบ้านท้องถิ่น
ซ่งกวงผิงกล่าวว่าพ่อของเขานึกถึงประชาชนอยู่เสมอ การนำต้นกล้าส้มโอมายังหมู่บ้านหลินถันคือวิธีช่วยเหลือชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ทำให้ชาวบ้านเรียกขานต้นส้มโอนี้อย่างรักผูกพันว่า "ส้มโอกองทัพแดง" เพราะเป็นดั่งตัวแทนความทรงจำของความสามัคคีระหว่างทหารกองทัพแดงกับประชาชน
ส้มโอกองทัพแดงนี้กลายเป็น "ผลไม้แห่งความมั่งคั่ง" ของหมู่บ้านหลินถัน มีชาวบ้านเพาะปลูกส้มโอมากกว่า 100 ครัวเรือนในช่วงทศวรรษ 1980 จนถึงช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยตอนนั้นพวกเขาเป็นผู้เพาะปลูกส้มโอเพียงกลุ่มเดียวในพื้นที่แถบนั้น ส้มโอหนึ่งลูกขายได้ 5 หยวน (ราว 25 บาท) และต้นส้มโอหนึ่งต้นออกผล 200-300 ลูก ทำเงินหลายพันหยวนให้แต่ละครอบครัว
รายได้ดังกล่าวช่วยจุนเจือค่าเล่าเรียนของเด็กๆ ทั่วหมู่บ้านหลินถัน โดยหลายปีที่ผ่านมา มีนักเรียนจากหมู่บ้านหลินถันมากกว่า 100 คน สามารถเข้าเรียนต่อระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย โดยอิทธิพลของ "ส้มโอกองทัพแดง" แผ่ขยายออกไปไกลกว่าแค่ที่หมู่บ้านหลินถัน
ชาวหมู่บ้านชิงกั่งโพของอำเภอสีสุ่ยได้นำต้นพันธุ์ส้มโอจากต้นดั้งเดิมไปปลูกและทาบกิ่ง พร้อมนำเข้าสายพันธุ์อื่นๆ เพิ่มเติม และจัดตั้งฐานสาธิตอุตสาหกรรมส้มโอ โดยมีการเพาะปลูกส้มโอ 1,800 หมู่ (ราว 750 ไร่) และมูลค่าผลผลิตในปี 2026 มีแนวโน้มสูงถึง 1.2 ล้านหยวน (ราว 6 ล้านบาท)
จากต้นกล้าส้มโอเพียงต้นเดียวสู่อุตสาหกรรมเพาะปลูกส้มโอ มรดกสีแดงไม่เคยเลือนหายไปจากที่ดินผืนนี้ เพียงแต่แปรเปลี่ยนเป็นรูปแบบใหม่ที่หยั่งรากลึกลงดินและมอบความหวานสดชื่นแก่วิถีชีวิตในแต่ละวัน
(บันทึกภาพวันที่ 10-11 ก.ย. 2026)