นิวยอร์ก, 16 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) นิวยอร์กโพสต์ (New York Post) รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศ G7 ว่าตนได้ขอให้เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ยกเลิกภาษีบริการดิจิทัลอัตราร้อยละ 3 ที่เรียกเก็บจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ พร้อมขู่ว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าไวน์และแชมเปญทั้งหมดจากฝรั่งเศสในอัตราร้อยละ 100 หากฝรั่งเศสยังคงบังคับใช้ภาษีดังกล่าว
ท่าทีดังกล่าวจุดกระแสความกังวลว่าอาจเกิดข้อพิพาททางการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกรอบใหม่ โดยนับตั้งแต่ปี 2019 ฝรั่งเศสได้บังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลอัตราร้อยละ 3 กับรายได้ที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ อาทิ กูเกิล (Google) แอปเปิล (Apple) เฟซบุ๊ก (Facebook) แอมะซอน (Amazon) และไมโครซอฟต์ (Microsoft) ได้มาจากการดำเนินธุรกิจในฝรั่งเศส
ยูโรสแตต (Eurostat) หน่วยงานสถิติของสหภาพยุโรป ระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของสหภาพยุโรปไปยังสหรัฐฯ โดยมีมูลค่าราว 9 พันล้านยูโร (ราว 3.4 แสนล้านบาท) ในปี 2024
ด้านมาครงเปิดเผยกับสื่อฝรั่งเศสว่าฝรั่งเศสจะไม่ยอมอ่อนข้อเพียงเพราะคำขู่ โดยชี้ว่ายุโรปและสหรัฐฯ เพิ่งบรรลุข้อตกลงด้านภาษีร่วมกัน และสิ่งที่ต้องการในตอนนี้คือเสถียรภาพทางการค้า
ปัจจุบันไวน์และสุราที่ส่งออกจากฝรั่งเศสไปยังสหรัฐฯ เผชิญกับภาษีนำเข้าร้อยละ 15 โดยเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสได้พยายามผลักดันให้ลดภาษีลงเหลือศูนย์ นับตั้งแต่ทรัมป์และเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลาเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่สกอตแลนด์เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา

(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 20 ม.ค. 2026)