
(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 8 พ.ค. 2026)
แคนเบอร์รา, 3 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (2 ก.ย.) การศึกษาใหม่ที่นำโดยโรงพยาบาลคาลวารี แอดิเลด (CAH) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแอดิเลดของออสเตรเลีย เผยว่าการใช้อัลตราซาวด์ข้างเตียง (bedside ultrasound) ซึ่งเป็นวิธีอัลตราซาวด์ที่สะดวกรวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และไม่รุกล้ำร่างกายตรวจบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาของผู้ป่วย อาจช่วยคาดการณ์ว่าผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจรายใดมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนทางปอดรุนแรง และช่วยตรวจพบสัญญาณเตือนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการทรุดลงหลังผ่าตัด
รายงานระบุว่าผู้ป่วยโรคหัวใจอาจมีอาการแทรกซ้อนทางปอดหลังการผ่าตัดราวร้อยละ 10-25 ส่งผลให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว เคลื่อนไหวได้ช้าลง และต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น คณะนักวิจัยจึงจะประเมินว่าการวัดกล้ามเนื้อเรกตัส เฟมอริส (rectus femoris) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดสำคัญบริเวณต้นขา สามารถช่วยคาดการณ์ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดหัวใจครั้งใหญ่ได้หรือไม่ โดยหากประสบความสำเร็จ แนวทางนี้อาจเป็นวิธีตรวจข้างเตียงวิธีแรกที่ช่วยระบุได้ว่าผู้ป่วยโรคหัวใจรายใดมีความเสี่ยงสูงที่ปอดจะเกิดภาวะแทรกซ้อน
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะนำร่องเป็นเวลา 12 เดือนในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย โดยมุ่งเน้นกลุ่มประชากรในพื้นที่ชนบทและห่างไกล ซึ่งมักเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงบริการและการรักษาอย่างต่อเนื่อง
