วอชิงตัน, 15 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) รายงานผลกระทบจากสงครามอิหร่านฉบับแรกที่จัดทำโดยผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งติดตามสถานการณ์อิหร่านระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. ระบุว่าสหรัฐฯ เผชิญปัญหาขาดแคลนยุทโธปกรณ์ขั้นสูง และยังมีปัญหาคอขวดในฐานอุตสาหกรรมสำหรับการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงเพิ่มเติม
รายงานข้างต้นนำเสนอข้อมูลทางการที่ครบถ้วนที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกี่ยวกับต้นทุนของความขัดแย้งครั้งนี้ ทั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกันและเงินภาษีของประชาชน โดยการโจมตีของอิหร่านยังสร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลายร้อยแห่งที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก โอมาน และจอร์แดน และมีเครื่องบินและโดรนของสหรัฐฯ เสียหายหรือถูกทำลายอีกหลายสิบลำ
พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เปิดเผยต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมว่าค่าใช้จ่ายในการทำสงครามกับอิหร่านอยู่ที่ราว 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.25 ล้านล้านบาท) แล้วจนถึงช่วงเวลาดังกล่าว
รายงานเผยว่าสถานที่ทางการทูตของสหรัฐฯ ในอิรัก คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับความเสียหายทางกายภาพหนักที่สุด โดยประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 184 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.13 พันล้านบาท) ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการอพยพซึ่งดำเนินการผ่านเที่ยวบินของเอกชนและเที่ยวบินพาณิชย์ รวมถึงการขนส่งทางบกและทางทะเล มีค่าใช้จ่ายกว่า 11 ล้านดอลลาร์ (ราว 366 ล้านบาท) เมื่อนับถึงช่วงปลายเดือนมิถุนายน

(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐฯ วันที่ 28 ส.ค. 2026)