ซิดนีย์, 15 ก.ย. (ซินหัว) -- วันอังคาร (15 ก.ย.) รายงานฉบับใหม่จากเอ็นอาร์เอ็มเอ (NRMA) ผู้ให้บริการด้านประกันภัยและบริการช่วยเหลือบนท้องถนนของออสเตรเลีย ระบุว่ามีการออกใบสั่งแก่ผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนกฎการคาดเข็มขัดนิรภัยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ จำนวน 1.32 แสนใบในปีงบประมาณ 2024-25 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2,357 เมื่อเทียบปีต่อปี
รายงานระบุว่าจำนวนใบสั่งที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีตรวจจับการฝ่าฝืนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยกล้อง ทำให้สามารถตรวจจับการฝ่าฝืนได้ถึง 1.26 แสนครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้องร้อยละ 88 และเป็นกรณีไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเลยร้อยละ 12
ผลสำรวจยังพบสัดส่วนผู้ที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องทุกครั้งอยู่ที่ร้อยละ 16 และมีผู้ที่ยังคงขับรถต่อแม้จะมีผู้โดยสารที่มีอายุมากกว่า 16 ปีคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้องก็ตาม (ร้อยละ 33)
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 40 เข้าใจผิดว่าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะถูกปรับหากพบว่าผู้โดยสารบนรถคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้อง ทั้งที่ตามกฎของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ผู้ขับขี่จะต้องเป็นฝ่ายเสียค่าปรับจำนวน 423 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 10,026 บาท) หากตนเองหรือผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้อง
รายงานดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐนิวเซาท์เวลส์ออกกฎหมายเปิดทางให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกให้ผู้โดยสารที่บรรลุนิติภาวะแล้วเป็นผู้รับผิดชอบค่าปรับแทนได้ หากกล้องตรวจพบว่าผู้โดยสารไม่คาดเข็มขัดนิรภัยตามกฎ

(แฟ้มภาพซินหัว : คนรอข้ามถนนในเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 25 ก.พ. 2022)