
ปักกิ่ง, 27 ส.ค. (ซินหัว) -- ทางหลวงสายจีน-คีร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน ซึ่งตัดผ่านเทือกเขาขรุขระของเอเชียกลาง และเกื้อหนุนการขนส่งสินค้าเกษตรจากคีร์กีซสถานในตอนเช้าถึงตลาดในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนในตอนเย็น จัดเป็นโครงการภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่เสนอโดยสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน
ปัจจุบันทั้งสามประเทศกำลังก่อสร้างทางรถไฟสายจีน-คีร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน ด้วยเป้าหมายยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวเส้นทาง โดยการขยายจุดเชื่อมโยงในเอเชียกลางเช่นนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของสีจิ้นผิงที่มุ่งแสวงหามิตรภาพและการเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนบ้านของจีน และสร้างละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงที่เป็นมิตร มั่นคง และเจริญรุ่งเรือง
ทั้งนี้ สีจิ้นผิงจะเดินทางเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในกรุงบิชเคกระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย. ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการทูตประเทศเพื่อนบ้านของผู้นำจีน
"ปรารถนาดีกับเพื่อนบ้าน"
สีจิ้นผิงจะเยือนคีร์กีซสถานในฐานะประธานาธิบดีจีนเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากการเยือนในปี 2013 และปี 2019 โดยความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับคีร์กีซสถานได้ขยับขยายตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้การค้าสินค้าระหว่างสองประเทศในปี 2025 สูงแตะ 2.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.92 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบปีต่อปี
นอกจากนั้นเมื่อปี 2025 สีจิ้นผิงและซาดีร์ แจแปรอฟ ประธานาธิบดีคีร์กีซสถาน ได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-คีร์กีซสถานในยุคใหม่ ซึ่งกำหนดการส่งเสริมความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมผลักดันศักยภาพใหม่ด้านพลังงานสะอาด แร่ธาตุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
แจแปรอฟเคยกล่าวกับสีจิ้นผิงว่าข้อได้เปรียบอันมีค่าที่สุดของคีร์กีซสถานคือการมีจีนเป็นเพื่อนบ้าน ขณะที่สำหรับสีจิ้นผิง ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการทูตของจีนมาเนิ่นนาน โดยสีจิ้นผิงเคยกล่าวถึงแนวทางของจีนต่อประเทศเพื่อนบ้านว่าจีนปรารถนาดีกับเพื่อนบ้านเสมอ และเพื่อนบ้านที่อยู่ชิดใกล้อาจสำคัญกว่าญาติที่อยู่ห่างไกล
การเป็นเพื่อนบ้านที่ดีในความร่วมมือระดับภูมิภาค
นอกจากความร่วมมือระดับทวิภาคีแล้ว สีจิ้นผิงยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อสร้างละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงที่เป็นมิตร มั่นคง และเจริญรุ่งเรือง ซึ่งองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจน โดยสีจิ้นผิงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การฯ ทุกครั้งตั้งแต่ปี 2013
องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ก่อตั้งขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ในปี 2001 โดยจีนและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน มีการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีเป็นหัวใจสำคัญของพันธกิจมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยตลอด 25 ปีที่ผ่านมา องค์การฯ เติบโตจนเป็นองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาคที่รอบด้านขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์และจำนวนประชากร
จีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิงยังทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านกลไกต่างๆ ตั้งแต่ความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง จนถึงความร่วมมือเอเชียตะวันออกที่มีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกหรือเอเปค (APEC) เพื่อยกระดับการเชื่อมโยง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
ปี 2023 สีจิ้นผิงได้เปิดตัวการประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลาง ณ เมืองซีอัน ซึ่งประกอบด้วยจีนและกลุ่มประเทศเอเชียกลาง (คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน) ก่อนที่สองปีต่อมา คณะผู้นำของทั้งหกประเทศจะลงนามสนธิสัญญาการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความร่วมมือตลอดไป
มีอนาคตร่วมกัน
สีจิ้นผิงเคยเผยผ่านบทความฉบับลงนามที่เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเวียดนามในปี 2023 ว่า "เอเชียคือบ้านของพวกเรา" และ "การสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกันควรเริ่มต้นจากเอเชีย" ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ปรากฏชัดเจนอยู่ในการทูตประเทศเพื่อนบ้านของจีน
จีนมุ่งมั่นทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันในเชิงยุทธศาสตร์ สนับสนุนประเทศในภูมิภาคแสวงหาวิถีทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ของแต่ละประเทศ และจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม เพื่อบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ข้างต้น
หลายปีที่ผ่านมา วิสัยทัศน์นี้แปรเปลี่ยนเป็นเครือข่ายความร่วมมือระดับทวิภาคีและภูมิภาค โดยจีนบรรลุความเข้าใจร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน 17 แห่ง เพื่อการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน รวมถึงการสร้างประชาคมล้านช้าง-แม่โขงที่มีอนาคตร่วมกัน และประชาคมจีน-เอเชียกลางที่มีอนาคตร่วมกันในระดับอนุภูมิภาค
วิสัยทัศน์การมีอนาคตร่วมกันของสีจิ้นผิงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค แต่ยังมุ่งมั่นให้นานาประเทศ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ หรือมีสภาพการณ์แตกต่างกัน สามารถดำรงอยู่ร่วมกัน ร่วมมือกัน และแสวงหาการพัฒนาร่วมกันบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน
"แต่ละประเทศทั่วเอเชียเปรียบเสมือนโคมไฟหนึ่งดวง เมื่อเชื่อมต่อกันย่อมส่องสว่างทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนของเอเชีย" คำเปรียบเปรยที่สีจิ้นผิงเคยกล่าวไว้