

(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศฉากถ่ายทำที่สวนภาพยนตร์และอนิเมชันเหลี่ยงเจียง (Chongqing Liangjiang Film and Animation Creative Park) ในเมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน)
ฉงชิ่ง, 26 ส.ค. (ซินหัว) -- อุทยานภาพยนตร์และอนิเมชันในเขตใหม่เหลียงเจียง เมืองฉงชิ่ง ซึ่งได้รับการปรับปรุงมาจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่ปล่อยว่าง ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมฉากถ่ายทำเสมือนจริงเกือบ 300 ฉาก และรองรับงานผลิตได้ราว 1,000 รายการต่อปี โดยสามารถผลิตละครสั้นได้สูงถึงกว่า 700 เรื่องต่อปี
ด้วยความพร้อมของสถานที่ทั้งระบบไฟ อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉาก นักแสดงตัวประกอบ ที่พัก และอาหาร ทำให้ทีมงานย้ายฉากทำงานได้อย่างราบรื่น ช่วยลดภาระด้านโลจิสติกส์และค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก ส่งผลให้ละครสั้นความยาว 40 ตอน สามารถถ่ายทำเสร็จสิ้นได้ในเวลาเพียง 4 วัน
ระบบนิเวศแบบครบวงจรนี้ช่วยให้ผู้สร้างประหยัดทั้งงบประมาณและย่อระยะเวลาการผลิตลงได้อย่างมหาศาล เพื่อตอบสนองการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดละครสั้นที่กำลังเฟื่องฟูในจีน
เจิงหลี่ หัวหน้าอุทยานภาพยนตร์เปิดเผยว่า การถ่ายทำสามารถเริ่มต้นได้ทันทีเพียงแค่นำบทภาพยนตร์มาใช้ ขณะที่ผู้กำกับเปาอิ๋นเฟย ระบุว่าละครสั้นเหล่านี้มุ่งเน้นการเข้าถึงอารมณ์ของผู้ชมเป็นหลัก โดยลดการใช้ฉากที่ซับซ้อน แต่เน้นจุดหักมุมของพล็อตเรื่องและการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วกว่าละครโทรทัศน์ทั่วไปเพื่อดึงดูดความสนใจได้ทันที
นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า สไตล์การเล่าเรื่องลักษณะนี้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาและภูมิภาคได้เมื่อเข้าถึงความรู้สึกของผู้ชม ทั้งยังช่วยเร่งกระบวนการทำงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการแสดง จนเกิดเป็นระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐาน
กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในฉงชิ่งเท่านั้น แต่ละครสั้นของจีนได้เติบโตจากปรากฏการณ์ภายในประเทศสู่การเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยรายงานสมุดปกขาวประจำอุตสาหกรรมปี 2025 พบว่า ตลาดละครสั้นในต่างประเทศสร้างรายได้มากกว่า 1.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.97 หมื่นล้านบาท) ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 194.9 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันละครสั้นทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 370.4 สู่ระดับราว 730 ล้านครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน โดยบริษัทจีนเป็นผู้ครองตลาดนี้ ด้วยสัดส่วนถึงร้อยละ 90 ของแอปพลิเคชันที่สร้างรายได้สูงสุด 20 อันดับแรกทั่วโลก
ปักกิ่งและเซินเจิ้นก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการส่งออกละครสั้นจีน โดยเป็นศูนย์กลางของบริษัทผู้ผลิต การบริหารจัดการแพลตฟอร์ม และการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ ขณะที่เมืองใหญ่อย่างฉงชิ่ง หางโจว และเฉิงตู กำลังเร่งพัฒนาตามมาติดๆ โดยอาศัยจุดแข็งด้านวรรณกรรมออนไลน์ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และต้นทุนทางวัฒนธรรม
รูปแบบความร่วมมือระหว่างเมืองช่วยขับเคลื่อนเครือข่ายนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ละครที่ถ่ายทำในสตูดิโอของฉงชิ่ง สามารถจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มในปักกิ่งหรือเซินเจิ้น เพื่อส่งตรงคอนเทนต์เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก ทั้งในโตเกียว ลอสแอนเจลิส และจาการ์ตา
เจิงกล่าวว่า ความสำเร็จในตลาดต่างประเทศยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมีมากกว่าแค่การแปลภาษาหรือทำซับไตเติล โดยแต่ละโครงการถูกวางโครงสร้างมาเพื่อผู้ชมต่างชาติกันตั้งแต่ขั้นตอนการเขียนบท

ยกตัวอย่างในญี่ปุ่น เธอระบุว่า ผู้ชมให้ความสนใจอย่างมากกับประเด็นการสร้างพลังแก่สตรี (women's empowerment) และความสัมพันธ์ในสถานที่ทำงาน ผู้ผลิตจึงนำพล็อตเรื่องยอดนิยมในจีนมาปรับแก้เนื้อหาให้สอดรับกับบริบทสังคมและความรู้สึกของชาวญี่ปุ่น การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นการยกเครื่องห่วงโซ่การผลิตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การเขียนบท การแคสต์นักแสดง การถ่ายทำ งานเบื้องหลัง ไปจนถึงการวางกลยุทธ์จัดจำหน่าย เพื่อให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่เข้าถึงและเชื่อมโยงกับความรู้สึกของผู้ชมในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
ขณะที่ความเร็วในการผลิตเร่งตัวขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม บริษัทชั้นนำต่างพยายามเพิ่มความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมลงในเนื้อหาด้วยเช่นกัน โดยมายา มีเดีย (Maiya Media) บริษัทเทคโนโลยีและวัฒนธรรมดิจิทัลจากฉงชิ่ง ผู้บริหารเน็ตชอร์ต (NetShort) แพลตฟอร์มระดับสากลที่ครอบคลุมกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศซื่อชวน (Sichuan International Studies University) เพื่อจัดตั้งฐานการผลิตและการแปลหลากหลายภาษา หวังยกระดับการฝึกอบรมบุคลากรด้านการแปลและการบริหารจัดการเนื้อหาในต่างประเทศ
เหออวิ๋นฉาง ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทฯ เปิดเผยว่าบริษัทเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการแปลและปรับเนื้อหาให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยหวังว่าผู้ชมต่างชาติจะเข้าใจและซึมซับวัฒนธรรมจีนผ่านตัวละคร ฉาก และเส้นเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351903.html)