
(แฟ้มภาพซินหัว : การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 60 (Super Bowl LX) ที่เมืองซานตาคลาราของสหรัฐฯ วันที่ 8 ก.พ. 2026)
ลอสแอนเจลิส, 26 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ผลการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารบริติช เมดิคัล (British Medical Journal) ระบุว่าอดีตนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลระดับอาชีพ (NFL) ที่เสียชีวิตระหว่างปี 2016-2021 อย่างน้อย 1 ใน 4 คน ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมเรื้อรังจากการบาดเจ็บ (CTE) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมองหลังถูกกระทบกระเทือนเป็นระยะเวลานาน
คณะนักวิจัยจากแมส เจเนอรัล บริกแฮม (Mass General Brigham) มหาวิทยาลัยบอสตัน และมูลนิธิภาวะสมองกระทบกระเทือนและโรคสมองเสื่อมเรื้อรังจากการบาดเจ็บ ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างสมองที่ได้รับบริจาค 235 รายการ จากอดีตนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่เสียชีวิตระหว่างปี 2016-2021 จำนวน 878 ราย โดยในจำนวนนี้มีตัวอย่างสมอง 215 รายการที่ถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะสมองเสื่อมเรื้อรังจากการบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อนำข้อมูลของอดีตผู้เล่นที่ไม่ได้บริจาคสมองมาประกอบการคำนวณ พบว่ามีอดีตนักกีฬาอย่างน้อยร้อยละ 24.5 ที่มีภาวะดังกล่าว
ดร. ลีอาห์ ครอลล์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจากศูนย์การแพทย์ไมโมนิเดส ระบุว่านักกีฬาอเมริกันฟุตบอลต้องรับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับภาวะโปรตีนเทาว์ (tau) สะสมตัวผิดปกติและสร้างความเสียหายต่อเซลล์สมอง จนอาจนำสู่ปัญหาด้านความจำ การคิด พฤติกรรม และอารมณ์ โดยแม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นเพียงค่าประมาณขั้นต่ำ แต่ก็บ่งชี้ว่าโรคสมองเสื่อมเรื้อรังจากการบาดเจ็บไม่ใช่ภาวะที่พบได้ยากในกลุ่มอดีตผู้เล่นลีกเอ็นเอฟแอล และตัวเลขผู้ป่วยที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก
แถลงการณ์จากสมาคมผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลระบุว่าผลการศึกษานี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากีฬาอเมริกันฟุตบอลมีความเสี่ยงอยู่จริง และการค้นพบนี้ควรเป็นแรงผลักดันให้มีการส่งเสริมงานวิจัย พัฒนาแนวทางการรักษา และสนับสนุนกลุ่มผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบ
