นิวยอร์ก, 25 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวข่มขู่อิหร่านด้วย "วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ" (economic D-Day) พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านระลอกใหม่ที่มีเป้าหมายโดดเดี่ยวอิหร่านในทางเศรษฐกิจและการเงินยิ่งขึ้น โดยมาตรการคว่ำบาตรระลอกนี้มุ่งเป้าที่ 5 ภาคส่วน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นตัวค้ำจุนเศรษฐกิจอิหร่าน
กระทรวงฯ ระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรระลอกนี้เป็นจุดเริ่มต้นปฏิบัติการปิดทุกช่องทางการเงินที่สนับสนุนอิหร่านอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยองค์กรใดๆ ที่อำนวยความสะดวกแก่การฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรในนามอิหร่านจะถูกตัดขาดออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันกระทรวงฯ ขยายหมวดหมู่ "การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน" ซึ่งสหรัฐฯ อาจคว่ำบาตรในอนาคต และกำหนดกรอบเวลาให้ทุกประเทศยกเลิกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
เบสเซนต์เสริมว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดคุยกับบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ เพื่อขอให้ยุติการมีปฏิสัมพันธ์กับอิหร่าน
ด้านสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงฯ ได้คว่ำบาตรองค์กร บุคคล และเรือในหลายเขตอำนาจศาลเกือบ 60 รายการ ซึ่งเอื้อให้อิหร่านดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งการจัดซื้อจัดหาเทคโนโลยีนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างผิดกฎหมาย ปฏิบัติการทางไซเบอร์ และเครือข่ายสร้างรายได้จากน้ำมัน พร้อมระงับใบอนุญาตทั่วไปหลายฉบับที่ก่อนหน้านี้อนุญาตให้โอนเงินบางประเภทไปยังอิหร่าน รวมถึงอนุญาตชาวอิหร่านเข้าถึงระบบวัฒนธรรมและวิชาการของสหรัฐฯ
กระทรวงฯ ยังเผยแพร่แนวปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่านที่เกี่ยวกับการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาตอบโต้คำข่มขู่ของสหรัฐฯ ว่าคู่ค้าของอิหร่านต่างแสดงความชัดเจนผ่านสื่อและข้อความที่ส่งถึงอิหร่านว่าพวกเขาไม่ได้คำนึงถึงคำพูดข่มขู่ของสหรัฐฯ ด้านเซเยด อาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการเศรษฐกิจและการคลังของอิหร่าน ระบุว่าสหรัฐฯ ไม่สามารถตัดเส้นทางการเงินของอิหร่านได้ และอิหร่านวางแผนตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรมาสักพักหนึ่งแล้ว


(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 24 ส.ค. 2026)