
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 14 มิ.ย. 2026)
วอชิงตัน, 27 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือเพนตากอนเปิดเผยข้อมูลสถิติล่าสุดจากระบบวิเคราะห์ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 207 ราย นับตั้งแต่กองทัพสหรัฐฯ กลับมาทำสงครามกับอิหร่านในเดือนกรกฎาคม ส่วนปฏิบัติการมหาพิโรธ (Epic Fury) ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บ 417 ราย เมื่อนับถึงวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา
ฐานข้อมูลดังกล่าวเพิ่มการติดตามข้อมูลประเภทใหม่อย่าง "ปฏิบัติการในต่างประเทศ" (Overseas Operations) ที่รวบรวมตัวเลขผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตของกองทัพสหรัฐฯ แยกต่างหากตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ซึ่งระบุผู้เสียชีวิต 4 ราย และผู้บาดเจ็บ 207 ราย แต่ข้อมูลประเภทใหม่นี้เปิดเผยเพียงรายชื่อผู้เสียชีวิตและไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะ เช่น เวลา สถานที่ หรือสาเหตุการเสียชีวิตและการบาดเจ็บ
อย่างไรก็ดี กระทรวงฯ ยังไม่ได้ยืนยันว่าตัวเลขผู้บาดเจ็บทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านหรือไม่ แม้มีการยืนยันว่าผู้เสียชีวิตสี่รายได้เสียชีวิตในความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่
อนึ่ง กฎหมายของสหรัฐฯ กำหนดว่าประธานาธิบดีไม่สามารถจัดสรรกองกำลังทหารสหรัฐฯ ทำสงครามนานเกิน 60 วัน โดยปราศจากการอนุมัติจากรัฐสภาหรือสภาคองเกรส แต่สื่อมวลชนรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งหนังสือถึงรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 ก.ค. เพื่อชี้แจงว่ากรณีอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ จำนวน 3 ลำ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้ ทำให้ทำเนียบขาวกำหนดให้วันที่ 7 ก.ค. เป็นวันเริ่มต้นทำสงครามกับอิหร่านรอบใหม่